| Thailand

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในช่วงฝนตก

สภาพอากาศอันแปรปรวนส่งผลต่อการขับรถอย่างมากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น ถึงแม้คุณจะเป็นผู้ขับมากประสบการณ์ ฝนที่ตกลงมาระหว่างการเดินทางก็อาจจะทำให้คุณรู้สึกตึงเครียดได้ในทันทีจากทัศนวิศัยที่แย่ลง และการควบคุมรถที่ยากขึ้น

ข้อแนะนำทั่วไปสำหรับการขับรถในสภาพอากาศเลวร้าย

wet-weather-03

ลดความเร็วลง

เมื่อถนนเปียกพื้นถนนจะลื่นขึ้น และทำให้เราจำเป็นต้องลดความเร็วลง โดยความเร็วสูงสุดที่กำหนดไว้สำหรับถนนเส้นนั้น เป็นความเร็วที่ถูกกำหนดให้ใช้ได้ในสภาพถนนปกติเท่านั้น ไม่ควรใช้ความเร็วดังกล่าวเมื่อต้องขับรถบนพื้นถนนเปียก

เพิ่มทัศนวิสัยระหว่างฝนตก

ฝนที่ตกอย่างฉับพลันส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับรถโดยตรง และทำให้การสังเกตสัญญาณจราจรตามท้องถนนยากขึ้น การมองไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จะทำให้คุณมีโอกาสดีที่สุดในการรับมือ

หนึ่งในทางที่ดีที่สุดคือการขับรถอยู่ในเลนที่ไม่มีรถข้างหน้าบังสายตา หรือขับตามรถคันข้างหน้าที่มีขนาดใกล้เคียงกัน (ในระยะห่างที่ปลอดภัย) เพื่อที่คุณจะสามารถมองเห็นรถคันข้างหน้า รวมถึงพื้นที่ด้านหน้าของรถคันหน้า อย่าขับตามรถบรรทุกคันใหญ่ๆ ที่บดบังทัศนวิสัยของคุณ

สิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อเจออุปสรรคบนพื้นผิวถนน

wet-weather-02

ระวังแอ่งน้ำบนถนน

แอ่งน้ำเล็กๆ อาจซ่อนหลุมขนาดใหญ่เอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นหากมีน้ำมากพอ ยางรถยนต์อาจไม่สามารถรีดน้ำออกได้ทันและส่งผลให้รถไม่เกาะถนนเหมือนคุณขับรถอยู่บนผิวน้ำ หากรถของคุณเริ่มลอยตัว พยายามลดความเร็วลงอย่างช้าๆ เบาๆ จนกระทั่งการควบคุมรถค่อยๆ กลับมา หลีกเลี่ยงการหักเลี้ยวอย่างกะทันหัน การเบรกกะทันหัน หรือการเข้าโค้งเร็วเกินไป

ให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับถนนที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและถนนบนภูเขา

ระมัดระวังเป็นพิเศษกับเศษซากต่างๆ บนพื้นถนน เช่น ก้อนหิน ที่อาจถูกทำให้เคลื่อนที่โดยสายฝน ถนนจะถูกกัดเซาะ จนอาจทำให้เกิดการเคลื่อนที่หรือสไลด์ของหน้าดิน

อย่าขับรถชิดขอบถนนที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก หรือถนนประเภทลูกรังในขณะถนนเปียก เนื่องจากพื้นถนนจะอ่อนตัว เกิดการไหลของน้ำและการกัดเซาะ ใส่ใจและให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับการขึ้นลงเนินเขา

เตรียมตัวรับมือกับสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น

อันตรายบนท้องถนนยังรวมถึงคนเดินเท้าทั่วไป สัตว์ต่างๆ รวมถึงรถที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อหลีกเลี่ยงกับสิ่งเหล่านั้น คุณต้องขับรถให้ช้าพอเพื่อที่จะสามารถสังเกตและมีปฏิกิริยาตอบโต้ได้ทันทีจนสามารถหยุดรถได้สนิท ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
หลักการทั่วๆ ไปคือระยะห่างจากสิ่งที่เห็นไม่ควรน้อยกว่าสี่เท่าของระยะหยุดรถของคุณ

อย่าขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วม

อย่าประมาทอันตรายของน้ำท่วม หากหลีกเลี่ยงได้อย่าพยายามขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วมในระดับที่คุณไม่สามารถเดินผ่านได้ และระวังจุดที่น้ำท่วมขังอยู่บนพื้นถนน เพราะเราไม่ทราบว่าพื้นผิวใต้น้ำเป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าไปยังวาล์วไอดีและเครื่องยนต์ รถอาจจะดับและคุณจะติดอยู่ในรถ

เรียนรู้เกี่ยวกับรถของคุณ

รถยนต์สมัยใหม่มาพร้อมกับความสามารถและเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program หรือ ESP)

ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning)

ความสามารถในการลุยน้ำ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักขับที่มีประสบการณ์มากแค่ไหน การขับรถในสภาพอากาศที่เลวร้ายบนพื้นถนนเปียก เป็นช่วงเวลาที่คุณต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและมีความอดทน การสร้างเกราะป้องกันตัวเองด้วยความรู้ที่เพียงพอ ตลอดจนเรียนรู้เทคนิคต่างๆ จะช่วยให้คุณรับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดีขึ้น และเป็นผู้ขับที่มีความรับผิดชอบและคำนึงถึงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น