| Thailand

เคล็ดลับการวิ่งมาราธอนที่เปี่ยมพลังและทรงประสิทธิภาพจากวิศวกร Ford EcoBoost

การที่จะก้าวข้ามจากการวิ่งออกกำลังกายระยะทาง 5 กิโลเมตรประจำทุกอาทิตย์สู่การวิ่งมาราธอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เทคนิคการวิ่งระยะสั้นอาจไม่เป็นประโยชน์มากนักเมื่อคุณต้องวิ่งในเส้นทางระยะไกลมากขึ้น หลายคนจึงมักมีคำถามผุดขึ้นมาว่า แล้วเทคนิคการวิ่งมาราธอนแบบใดที่จะช่วยให้คุณสามารถรักษาขุมพลังไปจนถึงเส้นชัยได้

0725 Dallis Sun EcoBoost Engineer with Focus 2ดาลลิส ซัน หัวหน้าวิศวกรฝ่ายระบบเครื่องยนต์ ซึ่งร่วมงานกับฟอร์ดมากว่า 15 ปี เริ่มลงวิ่งในสนามมาราธอนครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน แต่การเริ่มต้นครั้งนั้นมีอุปสรรคมากพอควร “การวิ่งมาราธอนครั้งแรกของผมไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเลย เพราะผมหมดแรงไปตั้งแต่วิ่งได้แค่ครึ่งทาง” ดาลลิส กล่าว

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาลดละความพยายาม แต่ดาลลิส กลับได้หวนคิดถึงการอบรมสำหรับวิศวกรฟอร์ดเกี่ยวกับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ ร่วมกับความรู้และประสบการณ์ที่เขาได้สั่งสมมาในเรื่องการออกแบบรถยนต์ และนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ในการวิ่ง ซึ่งทำให้ดาลลิสสามารถก้าวขึ้นเป็นนักวิ่งที่เก่งและเข้าสู่เส้นชัยในการแข่งขันวิ่งมาราธอน  ปัจจุบัน ดาลลิส ผ่านการวิ่งมาราธอนมาถึง 6 ครั้ง และได้ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการวิ่งที่ทำให้เขาสามารถสร้างสถิติการวิ่งมาราธอนได้อย่างน่าประทับใจไว้ดังนี้

  1. รู้จักสภาพเส้นทาง

ก่อนการวิ่งทุกครั้ง คุณควรมีแผนที่เส้นทาง เพื่อเรียนรู้เส้นทางการวิ่ง

ในการวิ่งครั้งแรก ผมรู้สึกตกใจที่เส้นทางการวิ่งมาราธอนช่วงครึ่งหลังนั้นเต็มไปด้วยเนินเขาสูงชัน

การเตรียมตัวไม่ดี ทำให้เขาไม่เหลือพลังงานเพียงพอที่จะวิ่งต่อไปให้ถึงเส้นชัย “เหมือนกับเวลาที่ต้องขับรถระยะไกล สิ่งสำคัญที่สุดคือ การศึกษาเส้นทาง ใส่ใจ และระมัดระวังต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบถนนที่รถขับผ่าน แม้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพดีที่สุดยังต้องใช้พลังงานมากกว่าเดิมในการขับขึ้นเนินเขา” และเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด นักวิ่งควรศึกษาข้อมูล หรือ สอบถามจากผู้ที่เคยลงวิ่งมาก่อน “เพราะทุกข้อมูลนั้นสามารถช่วยให้คุณวางแผนล่วงหน้าได้”

  1. เริ่มต้นด้วยการวิ่งอย่างช้าๆ และนุ่มนวล

ที่จุดปล่อยตัว นักวิ่งมาราธอนมักต้องการที่จะพุ่งตัวออกไปให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ด้วยความคึกคักของแฟนๆ บวกกับความตื่นเต้นก่อนการแข่งขัน จะทำให้ให้ฮอร์โมนอะดรินาลีนของคุณพุ่งพล่านเป็นอย่างมาก

“หากคุณเริ่มออกตัววิ่งอย่างรวดเร็ว คุณจะสูญเสียน้ำตาลไกลโคเจนที่จำเป็นต้องใช้ในการวิ่งก่อนช่วงเข้าถึงเส้นชัย”

ดาลลิส แนะต่อว่า สถานการณ์ที่จุดออกตัวก็ไม่ต่างอะไรไปจากรถที่ติดรอสัญญาณไฟจราจร “เมื่อคุณเร่งออกตัวเร็ว คุณจะเผาผลาญพลังงานมากกว่าการทยอยค่อยๆ เพิ่มความเร็ว” การออกตัวที่มั่นคงและนุ่มนวลจะช่วยให้คุณสามารถเก็บพลังงานได้นานขึ้น สำหรับเทคนิคในการเตรียมพร้อมที่จุดออกตัวนี้ ดาลลิสแนะนำให้ลองหายใจเข้าออกลึกๆ  เพื่อช่วยให้คุณลดความตื่นเต้นและเริ่มการออกตัวได้อย่างนุ่มนวล

0725 EcoBoost Marathon Story Focus 2

  1. ลดสัมภาระ

ในการวิ่งมาราธอนครั้งแรก ดาลลิสขนสัมภาระไปเต็มที่

“ผมพกทั้งโทรศัพท์ เครื่องเล่น MP3 หูฟัง ฟิตเนสแทรคเกอร์ ขนมขบเคี้ยว และเสื้อกันลม ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมนำสัมภาระติดตัวมามากเกินไป

โชคดีที่วิศวกรอีโค่บูสท์ต่างได้เรียนรู้ศิลปะการย่อขนาดและลดน้ำหนัก เครื่องยนต์อีโค่บูสท์ได้รับรางวัลมากมายช่วยการันตีถึงการมอบสมรรถนะความแรงและการประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม “เพื่อยกระดับการประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามุ่งมองหาหนทางที่จะสามารถลดน้ำหนักรถยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์อีโค่บูสท์นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี” เครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลงหมายถึงผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักเกินความจำเป็น “ผมจึงนำเทคนิคนี้มาใช้ในการวิ่งของผมเช่นกัน นอกจากนี้ ผมยังลงทุนกับรองเท้าวิ่งที่มีขนาดเบาและมีคุณภาพ” ด้วยน้ำหนักสัมภาระที่น้อยลง จะช่วยให้คุณสามารถกักตุนกำลังและวิ่งเข้าสู่เส้นชัยได้อย่างทรงพลัง

  1. เปิดใช้ระบบควบคุมความเร็วภายในร่างกายของคุณ

ในช่วงแรกเราอาจจะรู้สึกว่าสามารถวิ่งได้ง่ายๆ และอยากจะเพิ่มความเร็วขึ้นอีก “ขอให้คุณพยายามรักษาระดับความเร็วในการวิ่งไว้” ดาลลิส เตือน เพราะการเพิ่มความเร็วในการวิ่งมากขึ้น แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถจะทำให้คุณสูญเสียพลังงานได้มาก ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการวิ่งเข้าสู่เส้นชัย

“ขอให้ลองเปรียบกลไกดังกล่าวเหมือนระบบควมคุมความเร็วภายในร่างกาย”

เหมือนเวลาที่เราขับรถ ระบบควบคุมความเร็วจะเป็นระบบที่จะช่วยประหยัดน้ำมันเมื่อเดินทางไกล ซึ่งจะช่วยรักษาและคงระดับความเร็วนั้นไว้ คุณจะไม่สูญเสียพลังงานจากการเบรกหรือเร่งเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น “และหากคุณต้องการเทคนิคการวิ่งมาราธอน ลองลงวิ่งกับนักวิ่งที่มีความสามารถเท่าๆ กัน” ในวันแข่งขันจริง วิธีดังกล่าวจะช่วยให้คุณสามารถรักษาฝีก้าวการวิ่งที่มั่นคงได้

  1. หลักอากาศพลศาสตร์กับการวิ่ง

ในการวิ่งครั้งแรก ผมวิ่งพร้อมกับแขนที่แกว่งไปแกว่งมา” ดาลลิส กล่าว ซึ่งลักษณะการวิ่งดังกล่าวทำให้สูญเสียพลังงานเป็นอย่างมากและเป็นการเพิ่มแรงต้านลมโดยไม่จำเป็น “การออกแบบรถยนต์ของฟอร์ดจะให้ความสำคัญกับเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์เป็นอย่างมาก เพื่อให้การวิ่งของรถมีความลู่ลมมากที่สุด ซึ่งร่างกายของมนุษย์ก็ต้องการสิ่งนี้เช่นกัน” ดาลลิสได้เรียนรู้คำแนะนำจากโค้ชวิ่งว่า ตำแหน่งมือที่ถูกต้องในขณะวิ่งคือ มือควรอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด

“ในตอนแรกคุณอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยเหมือนผม แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ผมรู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน”

0725 EcoBoost Marathon Story Focus 4

  1. รักษาขุมพลังของคุณเพื่อเอาไว้ใช้ยามต้องการ

หากคุณมีความมุ่งมั่นที่จะลงวิ่งมาราธอน คุณควรมีการวางแผนจัดการพลังงานของคุณให้ดี และหากคุณได้วิ่งในความเร็วและฝีก้าวที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นการวิ่งมาราธอนแล้ว คุณย่อมมีขุมพลังเหลือเพียงพอที่จะวิ่งเข้าสู่เส้นชัย ในระหว่างการวิ่งมาราธอน ดาลลิสยังแนะนำให้เก็บแรงฮึดทั้งหมด เพื่อส่งกำลังให้เต็มพิกัดในกิโลเมตรสุดท้าย

“ในการแข่งขันบางครั้ง ผมเคยเร่งความเร็วในช่วงไม่กี่ร้อยเมตรก่อนถึงเส้นชัย เพื่อสร้างสถิติที่ดีที่สุดให้กับตัวเองด้วย”

ด้วยการปรับใช้ 6 เทคนิคในการวิ่งมาราธอนข้างต้น ดาลลิสเชื่อว่า คุณจะมีการเตรียมความพร้อมที่เพียงพอเพื่อลงแข่งขันในวันจริง “ยิ่งคุณได้ฝึกฝนวิ่ง หรือ ได้ลงแข่งขันวิ่งมาราธอน ก็จะยิ่งช่วยให้คุณได้รู้จักกับการจัดการกับพลังงานของคุณได้ดียิ่งขึ้น” ดาลลิส กล่าว “เมื่อพูดถึงการวิ่งมาราธอน ขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า ความเร็วคงที่และนุ่มนวลจะทำให้คุณก้าวเข้าสู่เส้นชัยได้อย่างงดงาม”

0725 EcoBoost Marathon Story Focus 1

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FORD FOCUS ECOBOOST TURBO ได้ที่ http://www.ford.co.th/cars/focus/