| Thailand

เทคโนโลยีการพ่นสีแบบ 3-wet paint technology ของฟอร์ด

เทคโนโลยีพ่นสีแบบ 3 –wet ของฟอร์ด อาจจะมีบางอย่างที่คล้ายกับขั้นตอนการทาเล็บของคุณผู้หญิง เรามาดูการเปรียบเทียบแบบง่าย ๆ กันครับ

การเตรียมความพร้อมของผิวรถเบื้องต้น (Pretreatment)

1 prep

ก่อนอื่นเราจะต้องนำตัวถังรถที่เชื่อมประกอบเป็นโครงรถสำเร็จแล้วมาจุ่มลงไปในบ่อสารเคมี เพื่อทำความสะอาด และเตรียมผิวรถให้พร้อม ก่อนที่จะทำการชุบสีกันสนิม ด้วยการใช้กระแสไฟฟ้าแรงสูงเป็นตัวนำให้สีเคลือบกับตัวถังรถ เพื่อป้องกันสนิม และทำให้สีติดทนทานได้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งรถยนต์ฟอร์ดที่ผลิตในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ยังได้รับการเคลือบด้วยสาร โพลีไวนิล คลอไรด์ (polyvinyl chloride) ที่ช่วยป้องกันสีแตกกระเทาะได้เป็นอย่างดี โดยปัญหาสีแตกกระเทาะ มักเกิดจากก้อนกรวด เศษหิน ที่มีอยู่ทุกที่บนถนน

ขั้นตอนแรกการพ่นสีแบบ 3 wet ของฟอร์ด (3-wet paint technology) คือ การพ่นสีรองพื้น (Primer)

2 primer

ขั้นตอนนี้เหมือนกับการทาสีทั่วๆ ไป ไม่ว่าคุณจะทาสีเล็บ ทาสีบ้าน หรือจะลงสีน้ำบนศิลปะระดับมาสเตอร์พีซก็ตาม คุณต้องเริ่มด้วยการรองพื้น  โดยการรองพื้น คือการปกป้องผิวชั้นล่างสุดของรถ ที่สามารถรองรับแรงกระแทกของก้อนหิน และก้อนกรวด ได้อีกด้วย จึงช่วยให้สีติดทนนานยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 คือ การพ่นสีจริง (Color coat)

3 color

นี่คือขั้นตอนที่สนุกสนานมาก ในขั้นตอนนี้ รถจะถูกส่งไปที่ห้องพ่นสี เพื่อทำการพ่นสีจากด้านบนจนถึงด้านล่าง จากด้านนึงไปอีกด้านนึง ทั้งด้านในและด้านนอกของตัวรถ ซึ่งการพ่นสีนี้จะทำให้รถคุณมีชีวิตชีวาด้วยสีสันอันสดใส

ขั้นตอนที่ 3 คือ การพ่นสีเพื่อเคลือบผิวรถ (Clear top coat)

4 top coat

ในขั้นตอนสุดท้าย คือ การพ่นสีเพื่อเคลือบพื้นผิวรถซ้ำอีกครั้ง  ซึ่งก็เหมือนกับการทาสีเคลือบเล็บชั้นบน เพื่อป้องกันการแตกของสีเล็บ และเพิ่มความมันวาวนั่นเอง  โดยขั้นตอนนี้ นับเป็นการเพิ่มชั้นปกป้องสีบนรถคุณ ซึ่งสีที่พ่นลงไปนั้นจะช่วยป้องกันตั้งแต่รอยแตกเล็กๆ ไปจนถึงสีกระเทาะ และแน่นอนว่าจะช่วยทำให้รถคุณดูดีอยู่ตลอดเวลา

Finishing touches

เทคโนโลยีการพ่นสีแบบ 3 wet (3-wet paint technology) ที่ฟอร์ดนำมาใช้กับรถส่วนใหญ่ที่ผลิตในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก นั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าสีรถของคุณจะแข็งแกร่ง และคงประกายเงางามได้ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่